ไขข้อข้องใจ Keyword Match Type

Match Type Cover

หลายครั้งที่เราพิมพ์ Keyword ลงไปใน Google เพื่อค้นหาสิ่งต่างๆ แล้วเจอกับเว็บไซต์ที่แสดงขึ้นมาพร้อมกับคำว่า ”โฆษณา” เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมโฆษณาถึงขึ้นมาเมื่อเราพิมพ์คำคำนี้ และถ้าเราพิมพ์คำที่คล้ายกัน โฆษณาที่แสดงขึ้นมาจะเป็นอย่างไร บทความนี้จะพาทุกคนไปไขข้อข้องใจ กับสิ่งที่เรียกว่า Keyword Match Type

Keyword Match Type คืออะไร

Keyword Match Type เป็นเครื่องมือหนึ่งที่กำหนดว่าโฆษณาของเรานั้น จะแสดงให้กับกลุ่มคนที่ Search เข้ามาด้วยคำแบบไหน ซึ่งถ้าเราใช้ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ก็จะทำให้โฆษณาที่เราลงไปนั้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มีอย่างประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย (Cost per acquisition) ให้กับเราอีกด้วย โดย Keyword Match Type นั้นจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

ประเภทของ Keyword Match Type

Broad Match

เป็น Match Type ที่จับกับ Keyword ได้กว้างสมชื่อ เพราะใน Match Type นี้ Google จะแสดงผลโฆษณาของเรากับคำค้นหาที่ใกล้เคียงกับ Keyword ที่เรากำหนด ยกตัวอย่างเช่น เราใช้ Keyword คำว่า “น้ำส้มคั้น” โฆษณาเราจะแสดงกับคำค้นหา “น้ำส้มคั้นสด”, “น้ำส้มแท้”, “น้ำผลไม้สด”, “น้ำฝรั่งปั่น” เป็นต้น

ข้อดี

ด้วยความกว้างของ Broad Match จึงเป็นข้อดีที่ทำให้เราสามารถแสดงโฆษณาของเราให้กับกลุ่มคนที่กว้าง ทำให้จำนวนคนเห็นนั้นมีมาก จึงมีโอกาสในการขายและทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักได้ดี

ข้อเสีย

การที่มีคนเห็นโฆษณาจำนวนมากอาจไม่เป็นผลดีเสมอไป ถ้าหากกลุ่มคนที่เห็นนั้นไม่มีความสนใจกับโฆษณาของเรา หรือกดเข้าไปแล้วพบว่า เนื้อหาข้างในของเว็บไซต์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ นี่จึงเป็นข้อเสียของ Broad Match เพราะการที่ผู้คนเข้ามาและออกไปจากเว็บไซต์ อาจทำให้คะแนนคุณภาพของโฆษณาเราต่ำ และจะทำให้โฆษณาเราแสดงน้อยลง หรือต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้โฆษณาของเราได้แสดงในหน้า Search นั่นเอง

Broad Match Modifier

Match Type นี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง แม้จะกว้างไม่เท่า Broad Match แต่แลกมาด้วยการที่ได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับโฆษณามากกว่า โดยการใส่เครื่องหมาย + นำหน้า Keyword ที่เราต้องการจะใช้ ยกตัวอย่างเช่น +โรงแรม +พัทยา โฆษณาเราก็จะแสดงกับคำค้นหา “โรงแรมห้าดาวติดหาดพัทยา”, “จองโรงแรมพร้อมอาหารเช้าพัทยา” เป็นต้น

*Broad Match Modifier สามารถใช้ได้ถึงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2021 เท่านั้น อ่านเพิ่มเติม

ข้อดี

อย่างที่ได้กล่าวไปว่า Broad Match Modifier สามารถให้กลุ่มเป้าหมายที่กว้างและแม่นยำ จึงทำให้โฆษณาของเรานั้นมี Quality Score ที่ดี แสดงผลได้กับ Keyword หลากหลาย จึงสร้างโอกาสให้กับโฆษณาของเรามากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

แน่นอนว่าการทำ Broad Match Modifier จะช่วยให้โฆษณาของเราแสดงผลได้แม่นยำ แต่ทั้งนี้อาจมีกรณีต่างๆ ที่ทำให้โฆษณาเราไปแสดงผลกับการค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้ เช่น เราทำธุรกิจขายกาแฟ เลือกใช้ Keyword +กาแฟ +สด ถ้ามีคนค้นหาคำว่า “เครื่องชงกาแฟสด” โฆษณาเราก็จะแสดงผล ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกันก็ตาม

Phrase Match

เป็นการเลือกใช้กลุ่มคำที่เราต้องการให้โฆษณาเราแสดงขึ้นเมื่อมีกลุ่มคำนั้นๆ ในการค้นหา โดยที่กลุ่มคำนั้นๆ ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทำได้โดยการใส่เครื่องหมาย “ “ กับคำที่เราต้องการ เช่น เราเลือกใช้ Keyword “เคสใสกันน้ำ” โฆษณาเราจะแสดงกับคำค้นหา “เคสใสกันน้ำราคาถูก”, “จำหน่ายเคสใสกันน้ำ”, “ขายเคสใสกันน้ำไอโฟน” และจะไม่แสดงโฆษณากับคำค้นหา “เคสใสไอโฟนกันน้ำ” เป็นต้น

ข้อดี

เป็นการตัดการค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคำออกไป เพราะการเลือกแบบ Phrase Match จะไม่แสดงผลโฆษณากับกลุ่มคำที่มีคำอื่นมาแทรกตรงกลาง ทำให้ได้เป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

ความกว้างของกลุ่มเป้าหมายที่โฆษณาจะแสดงลดลง ทำให้ Volume ที่เข้ามาสู่โฆษณาน้อยลง และอาจจะยังมีการแสดงโฆษณากับคำค้นหาที่ไม่ต้องการอยู่บ้าง

Exact Match

เป็น  Match Type ที่แคบที่สุดและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะจะแสดงผลโฆษณากับคำค้นหาที่ตรงกับคำที่เรากำหนดเท่านั้น โดยใช้เครื่องหมาย [ ] ในการกำหนดคำค้นหา เช่น [หมวกแฟชั่น] โฆษณาของเราก็จะแสดงเฉพาะกับคนที่ค้นหาคำว่า “หมวกแฟชั่น” เท่านั้น

ข้อดี

ด้วยความแคบของคำค้นหา ทำให้มั่นใจได้ว่า เราสามารถเลือกกลุ่มคนที่มีความต้องการเหมาะสมกับโฆษณาของเราจริงๆ จึงทำให้ความเกี่ยวข้องของโฆษณากับผู้รับชม (Ads Relevance) มีคุณภาพมาก

ข้อเสีย

แน่นอนว่าความแคบทำให้กลุ่มเป้าหมายของโฆษณาแม่นยำขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเองก็เป็นการจำกัดกลุ่มเป้าหมายในการแสดงผลของโฆษณา ทำให้ไม่สามารถหาโอกาสใหม่ๆ หรือคำค้นหาใหม่ๆ ที่อาจสร้างรายได้ให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

7xxl17QWSY0fYTU 8hbSCqUPcVtdI8CaM13clw3gvmvIgk7eiX04fEQYnQYgkqtPAzwRh wf7hIRH8CDvkLvyCVI7KbYIKOvakhRGZkqnCdOpquLEkX VVDdzQyzz 7AUqMbO6pW
ภาพแสดงจำนวนการเข้าถึงและความแม่นยำของการเลือกใช้ Match type แต่ละประเภท
ภาพจาก https://europeitoutsourcing.com/

Negative Keywords

Negative Keywords ไม่ได้จัดอยู่ใน 4 ประเภทของ Match Type แต่เป็นเครื่องมือที่ผู้ลงโฆษณาทุกคนควรใช้ควบคู่กัน เพราะ Negative Keywords จะช่วยตัดคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับโฆษณาออกไปได้ ตัวอย่างเช่น โครงการคอนโดหรู ต้องการลงโฆษณาเปิดจองโครงการใหม่ระดับ Luxury สามารถนำ Negative Keywords มาใช้ตัดคำค้นหาที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น “เช่า”, “ราคาถูก” เป็นต้น ซึ่งผู้ลงโฆษณาก็สามารถเลือกได้ด้วยว่า Negative Keywords นั้น จะใช้ Match Type แบบไหนจากทั้ง 4 แบบ เพื่อให้การลงโฆษณาตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

สรุป

จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงสรุปได้ว่า Keyword Match Type ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้โฆษณาแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ เพราะถ้าเราเลือก Match Type ได้ดี โอกาสที่จะเกิด Conversion ก็มีมากด้วยเช่นกัน รวมทั้งถ้าเราใส่ Negative Keywords ได้ครอบคลุมและถูกต้อง ค่าโฆษณาเราก็จะถูกลงเนื่องจากโฆษณาจะไม่ต้องแสดงให้กลุ่มคนที่ไม่ใช่เป้าหมายของเราเห็นนั่นเอง

Subscribe to our newsletter

Join our newsletter to stay up to date on the Digital Marketing area.
Share on facebook
Share on twitter
Leave a Reply

Your email address will not be published.Required fields are marked *