cover 2

วิธีติดตั้ง Facebook Pixel เครื่องมือติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายบนเว็บไซต์ ฉบับง่ายมาก

สำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้ขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่ยังโฟกัสที่ตัวเว็บไซต์ด้วย นอกจากตัวเว็บไซต์ที่ดี เป็นมิตรต่อผู้เข้าชม และเสถียรแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไปคือการติด Facebook Pixel

Facebook Pixel
ตัวอย่าง Pixel

อะไรคือ Facebook Pixel

Pixel คือ code จาก Facebook ที่นำไปใส่ไว้ในเว็บไซต์ใดๆ ก็ตามเพื่อติดตามและบันทึกข้อมูลพฤติกรรมหรือกิจกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ช่วยให้สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งข้อมูลที่ได้ก็สามารถนำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงในการวางแผนการทำโฆษณาบน Facebook ต่อไปในอนาคตได้

วิธีติดตั้ง

1f

เข้าลิงก์ https://business.facebook.com/ แล้วเลือก Business ที่ต้องการ

2f

ในหน้า dashboard เลือกเมนู Business Settings จากแถบคำสั่งบริเวณด้านซ้ายของจอ

3f

หลังเข้ามาในหน้า Business Settings แล้ว ให้คลิกเมนู Pixels ที่อยู่ในส่วน Data Sources

4f

คลิกปุ่ม Add

5f

ใน popup ที่เด้งขึ้นมา ให้ตั้งชื่อ Pixel (website URL ไม่จำเป็นต้องใส่) จากนั้นคลิกปุ่ม Continue

6f

เลือกคำสั่ง Set up the Pixel Now

32f

ถัดมา ระบบจะให้เราเลือกวิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Pixel ตามที่ถนัด ซึ่งมีดังนี้

  • Add code using a Partner Integration คือการใช้เครื่องมือจาก Partner ต่างๆ ของ Facebook เช่น Google Tag Manager นำ code ไปฝังในเว็บไซต์ของเรา (แนะนำให้ใช้วิธีนี้)
  • Manually add pixel code to website หากใครที่มีพื้นฐานการเขียน code หรือทำเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็สามารถนำ code ที่ Facebook สร้างให้ไปติดได้เอง
  • Email instructions to a developer ให้ Facebook ส่งข้อแนะนำวิธีการติดไปให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์ของเรา
7f

เพื่อความง่าย เราแนะนำให้เลือกคำสั่ง Add code using a Partner Integration หลังจากคลิกแล้ว จะมาที่หน้าสำหรับเลือก Partner ซึ่งเราขอแนะนำ Google Tag Manager

8f

คลิก Next

9f

คลิก Next

10f

พอมาให้ส่วน Connect Account จะมีอีก popup แสดงขึ้นมาเพื่อให้เลือก Google account ที่ต้องการให้เชื่อมต่อด้วย (หากใครไม่มี popup นี้ปรากฏ ให้คลิกปุ่ม Relaunch)

11f

คลิก Allow

12f

เมื่อเชื่อมต่อ Google Account สำเร็จ ให้เลือก Account และ Container ที่ต้องการ แล้วคลิก Finish Setup ได้เลย

13f

กรอก URL เว็บไซต์ที่ต้องการใส่ code แล้วกด Next

14f

หากหน้านี้ปรากฏ แปลว่าการติดตั้งสำเร็จแล้ว สามารถกด Finish ได้เลย แต่เราขอแนะนำให้ Test Events in Events Manager ก่อน เพื่อดูว่าที่ติดไป ทำงานราบรื่นดีไหม

วิธีการทดสอบ Pixel

15f

พอคลิกปุ่ม Test Events in Events Manager จากในขั้นตอนก่อนหน้าแล้ว ระบบจะพามายังหน้า Data Sources ให้คลิก Go To Test Events

16f

ใส่ URL เดียวกับที่ใส่ในขั้นตอน set up แล้วกด Open Website

17f

จะเห็นว่าขณะนี้มีอีเวนท์ PageView เกิดขึ้นมาแล้ว หมายความว่า code ที่ติดตั้งไป ทำงานด้วยดี ซึ่งในการติดครั้งแรก จะมีเพียงแค่ PageView เท่านั้น หากต้องการดูอีเวนท์อื่นๆ ต้องทำการติดตั้งเพิ่มเติมผ่าน Google Tag Manager ซึ่งจะกล่าวถึงในบทความถัดๆ ไปครับ

[แถมท้าย] เช็ค Pixel ผ่านส่วนขยาย Facebook Pixel Helper

25f
โลโก้ไอคอน Facebook Pixel Helper

นอกจากจะเช็ค Pixel ผ่าน Events Manager ใน Facebook ได้แล้ว ยังมีอีกวิธีคือใช้ส่วนขยาย (extension) ของ Google Chrome ที่ชื่อ Facebook Pixel Helper ซึ่งขอบอกเลยว่าสะดวกกว่ามาก เพราะเช็คได้จาก browser โดยตรง แถมยังเช็คได้ทุกเว็บไซต์อีกด้วย แค่โหลดมาติดตั้งแล้วดู ตามขั้นตอน ดังนี้

26f
หน้า Home ของ chrome web store

เข้า chrome web store ผ่าน https://chrome.google.com/ แล้วหา Facebook Pixel Helper

27f

เมื่อเจอแล้ว คลิก Add to Chrome

28f

ใน popup แจ้งสิทธิ์การเข้าถึงของ extension คลิกปุ่ม Add extension ได้เลย

29f

เมื่อติดตั้งเสร็จ แถบ menu bar ด้านบนจะมีไอคอนของ extension ปรากฏอยู่

30f

เมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ แล้วกดที่ไอคอนอีกรอบ ระบบก็จะแสดง Pixel ทั้งหมดที่ถูกติดตั้งเข้าไปขึ้นมาให้ดู

Share to

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *