Uncategorized

[Outing Trip] พักกายา ณ พัทยาไม่มีทะเล วันแรก3 min read

ปี 2020 เป็นปีสุดปัง ที่มีอีเว้นท์ปังๆ เกิดขึ้นไม่หยุดไม่หย่อนตลอดทุกเดือนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบไปถ้วนหน้า โดยเฉพาะโรคระบาดแห่งปีอย่าง COVID-19 ที่ทำเอาหลายแผนการณ์มีอันต้องพับเสื่อเก็บไว้ก่อน

ลำพังแค่ส่งผลกระทบต่องานก็น่าเศร้าพออยู่แล้ว แต่นี่ดันกระทบชิ่งมาถึงทริป outing ที่แพลนกันไว้อย่างดิบดีว่าจะไปกันช่วงมีนาคม แต่ก็เจอพิษสงคมๆ ของโควิด จนต้องติดแหงกอยู่กับบ้านไปไหนไม่ได้ แผนการณ์ปลดปล่อยอารมณ์ให้พ้นจากความเครียดที่สั่งสมมาตลอดปีก็พังคลืนลงในพริบตา

กระทั่งจู่ๆ วันหนึ่ง ณ ช่วงพักกลางวัน

พนักงาน 1: เนี่ย เดือนที่แล้ว (หมายถึงเดือนกันยายน) งานอย่างยุ่ง ไม่ได้ทำ monthly activity เลย

หัวหน้า: นั่นดิ เนี่ย งบเหลือ เอามารวมกับเดือนนี้เลยก็ได้นะ หาสักวัน ไปเที่ยวทั้งวันกันก็ได้

พนักงาน 2: เดือนนี้มีช่วงหยุดยาวนะคะ ไปค้างยังได้ ไปพัทยากันปะล่ะ

หัวหน้า: จริงด้วย ก็ได้นะ outing ก็ยังไม่ได้ไป ใช้งบ outing ไปเลยก็ได้

เด็กฝึกงาน: โอเคค่ะ เรื่องตารางแต่ละวัน เดี๋ยวจัดการให้เอง

พนักงาน 1+2+3+ทุกคน: (คิดในใจ) หึหึ หมูตู้ ได้เที่ยวแล้ว

นั่นแหละครับ ท่านผู้ชม เราก็เลยได้ไปพัทยากันแบบกะทันหันสุดๆ

.

ตัดภาพมาที่วัน outing

12 ตุลาคม 2020

ร้านปูเป็น ที่ไม่ได้กินปู

ในทริปนี้ เราแบ่งออกเป็นสองคัน ซึ่งนอกจากจะมีพนักงานปัจจุบันแล้ว ยังเหมือนเป็นทริป reunion ที่มีพนักงานเก่าๆ ร่วมแจมไปด้วยหลายคน (ออฟฟิศเราอยู่กันเป็นครอบครัวครับ ออกไปแล้วแต่ก็ยังไปมาหาสู่กันได้ตลอด) ด้วยจำนวนคนที่เยอะ ทำให้ต้องมีสองคันรถอย่างที่บอก คันหนึ่งตั้งต้นที่อ่อนนุช แล้วก็แวะๆ รับตามรายทาง ส่วนคันที่ผมไป ซึ่งก็คือรถหัวหน้า นัดเจอกันที่ออฟฟิศ ล้อหมุนตอน 9:30 น. ซึ่งจุดหมายปลายทางของทั้งสองคันก็คือร้านอาหารปูเป็น

เหล่าผู้ร่วมแอ่วพัทยาทั้งสิบ

อนึ่ง ขึ้นชื่อว่าร้านปูเป็น ของขึ้นชื่อของร้านก็ควรจะต้องเป็นปู แต่ทริปนี้ ยังไงก็ไม่รู้ ไม่มีเมนูปูเลยสักจาน

ไหนปู
ไหนปู
เจอแล้ว หลนปู (ที่แทบไม่มีใครกิน จนต้องห่อไปกินในที่พักต่อ)

สำหรับมื้อแรกของทริปที่ปูเป็นนี้ ถือว่าเปิดทริปได้สวย ถึงคนจะเยอะ แต่ก็ไม่ต้องรอคิว เพราะจองคิวไว้ตั้งแต่ก่อนวันเดินทางแล้ว (จากคำบอกเล่าของพนักงาน 2 ว่ากันว่าถ้าเป็นช่วงวันหยุด คิวจะยาว ยาวแบบทะลุซอย คอยกันจนหายหิว คอยกันนานจนนั่งเล่นสามก๊กจบได้หนึ่งเกม)

บรรยากาศก็ดี เพราะร้านอยู่ติดทะเล ทำให้ลมโชยโกรกตลอดเวลา แม้จะเป็นช่วงกลางวัน ก็นั่งกินโซน outdoor ได้สบายๆ ที่สำคัญอาหารก็อร่อย โดยเฉพาะปลากระพงทอดน้ำปลา นี่ถึงขั้นแย่งกันจ้วง

แต่ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ได้สุดๆ ก็คือ โรตีรถพ่วงที่ขายอยู่ตรงหน้าร้าน ที่บอกเลยว่าอย่าได้สบประมาทรูปลักษณ์เลยทีเดียวเชียว เพราะนี่รู้สึกผิดแรงที่พอเห็นราคา ก็ค่อนขอดไปแล้วว่าแพงเกิน ตัดสินใจไม่สั่ง (ราดนม น้ำตาล แผ่นเดียว ยี่สิบบาท ในกรุงเทพฯ ยัง 15 บาทเอง) จนแทบอยากขอขมาแบบเบญจางคประดิษฐ์ แต่พอได้กินของพนักงาน 2 ที่ทั้ง recomend และสั่งจริง ไปเพียงแค่คำเดียวเท่านั้นแหละ

แม่เจ้า อร่อยเหาะ เหาะไปดาวอังคารได้คงไปแล้ว โคตรอร่อยเลยครับพี่น้องครับ ปกติโรตีที่กินนี่ ต่อให้เพิ่งขึ้นจากกระทะใหม่ก็เถอะ จะกรอบแค่บริเวณขอบๆ แล้วเนื้อชั้นถัดๆ ไปก็จะเริ่มเหนียวหนืด บางครั้งถึงขั้นต้องฉุดกระชากลากถู ถึงจะยอมศิโรราปให้เคี้ยวได้แต่โดยดี แต่สำหรับโรตีเจ้านี้ ด้วยฝีมือที่สั่งสมมาเกือบสองทศวรรษ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือโรตีแผ่นบางที่กรอบไปทุกอณู จะกัดตรงไหนก็กรอบฉ่าๆ แสงพุ่งออกจากตาฮะบอกเลย กรอบลืม และก็ยืนยันเลยว่าหาโรตีรถเข็นขั้นเทพแบบนี้ในกรุงเทพฯ ไม่ได้แน่ๆ ใครไปพัทยา แนะนำให้ไปตำสักหนึ่งจึ้ก ซื้อแค่โรตีแล้วตีรถกลับบ้านเลยยังรู้สึกว่าคุ้ม (…เอ่อ เที่ยวต่อด้วยเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว)

โรตีเทพที่ต้องโดนถ้ามาชลบุรี

สาเหตุหนึ่งที่ถึงโรตีจะทำให้ทุกคนติดอกติดใจ แต่ไม่มีใครสั่งเพิ่มนั่นก็เพราะสถานที่ต่อไปที่เราจะไปกันก็คือ Breeze Box Cafe โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด จนกระทั่งไปถึงคาเฟ่ ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะทุกที่นั่งล้วนมีคนจับจอง จากความคิดที่จะไปนั่งชิลๆ รอเวลาเช็คอิน ก็พังทลายในพริบตา ถึงพนักงานจะบอกว่าสามารถสั่งเครื่องดื่มคนละแก้ว แล้วเดินถ่ายรูปได้ตามสบาย ก็มิอาจฟื้นฟูจิตใจที่บอบช้ำจากความผิดหวังของเราทุกคนได้ (เวอร์ไป) แล้วรถเราทั้งสองคนก็เป็นอันต้องถอยออก เดินทางสู่ที่พักก่อนเวลาเช็คอินที่นัดไว้เป็นชั่วโมง

และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าไม่ใช่พวกเราเฟลเพราะอดชิลที่คาเฟ่ ฟ้าก็เฟลเหมือนกัน ถึงขนาดหลั่งฝนลงมาทันทีที่ขึ้นรถ ตกยาวไปจนกระทั่งถึงที่พัก ซึ่งสถานที่ที่เราพักกันก็คือ Top Pool Villa

เช็คอิน แอท Top Pool Villa

โถงบัญชาการ ที่หลังจบกิจกรรมหลัก เราจะปักหลักอยู่ตรงนี้กันอีกยาว

สำหรับ Top Pool Villa ที่เราไปพักกันนั้น ตั้งอยู่ในพัทยากลาง ใกล้ๆ กับ Big C Extra พัทยากลาง ที่ก็มีบ้านหลากหลายจำนวนห้องให้เลือก ซึ่งบ้านหลังที่เราเลือกเป็นแบบเตียงคู่ ห้าห้องนอน สระน้ำในร่ม ที่ก็มีเรื่องให้ลุ้นเบาๆ เพราะตอนแรกที่จำนวนเพื่อนร่วมทริปยังไม่แน่นอน ก็เลยจองแบบสี่ห้องนอนไป ซึ่งก็นอนได้แค่แปดคนเท่านั้น พอถึงวันก็เลยต้องโทรไปขอเปลี่ยน ซึ่งทางที่พักก็มีสองช้อยส์ให้เลือกคือเพิ่มหนึ่งพัน ได้เครื่องนอนเพิ่ม พักบ้านหลังเดิม กับอีกช้อยส์คือเพิ่มหนึ่งพันเหมือนกัน แต่เปลี่ยนบ้านเลย ซึ่งก็คงไม่ต้องคิดให้มาก เลือกช้อยส์เปลี่ยนหลัง ดูจะเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุด เพราะนอกจากจะได้ห้องพอดีกับจำนวนคนแล้ว สระน้ำยังมาเป็นแบบ indoor สามารถลงว่ายได้โดยไม่ต้องกลัวว่าฝนจะกระหน่ำแค่ไหน (ยกเว้นความหนาวที่คงคุมอะไรไม่ได้) ไม่เหมือนแบบบ้านสี่หลังที่ได้สระน้ำ outdoor ที่ถ้าอากาศดีก็คงฟิน แต่ในสภาพที่ฝนตกจั้กๆ แบบนี้ การแช่น้ำกลางแจ้งคงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก

สภาพบ้านภายในก็หรูหราใช้ได้ โดยเฉพาะส่วนห้องโถงที่โออ่าเอาเรื่อง เป็นจุดศูนย์รวมของแทบทุกกิจกรรม ทั้งห้องครัว หรือส่วนกลางสำหรับหย่อนใจ เปิดประตูบานเลื่อนออกไปก็เชื่อมกับสระน้ำพอดี แถมในส่วนห้องโถงนี้ยังเชื่อมอยู่กับสี่ห้องนอน ส่วนอีกห้องต้องเดินเลาะสระน้ำไป ค่อนข้างไกลปืนเที่ยงหน่อย (แต่พอถึงเวลานอนแล้ว บอกเลยว่าห้องที่ far far away เหลือเกินนั้น กลับดีเกินคาดเลยล่ะครับ)

มอง เธอสาวเธอสวย ฉันจึงได้มอง

หลังจากนั่งพักกันพอหายเหนื่อย และฝนก็เริ่มตกหนักข้อขึ้น เราทุกคนก็ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่น่าจะมีใครทำในช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้ นั่นก็คือการหาคาเฟ่ ใช่ครับ อัดอั้น ยังไงก็ต้องไปนั่งคาเฟ่ให้ได้ แม้ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ตาม จนหวยมามาออกที่ Fat Coco ที่อยู่ใกล้ๆ

Fat Coco ไร้โกโก้

Fat Coco นี่ก็เป็นอีกที่ที่สร้างความเคืองเทวดาได้ไม่น้อย เพราะก่อนที่จะออกไป ฝนยังคงตกต่อเนื่อง ก็เลยตัดสินใจว่าจะไม่พกกล้องไปด้วย ใช้แค่มือถือถ่าย แต่พอรถพ้นทางเข้าที่พักมาได้เท่านั้นแหละ โอ้โห อย่างกับอยู่กันคนละโลก พื้นแห้ง ไม่มีฝนสักเม็ด ทำไมฟ้าช่างกลั่นแกล้ง จนอยากจะเปิดเพลงฟ้าของ Tattoo Color ประชดฟ้าให้รู้แล้วรู้รอด

แอบมองฟลามิงโก้ โอ้โห ชมพู๊ ชมพู

แถมพอไปถึง สถานที่ก็ไม่ใช่คาเฟ่แบบที่คิดในหัวอีก เพราะที่จินตนาการไว้ก็คือเป็นคาเฟ่นั่งชิล จิบโกโก้อุ่นๆ วนไป (ก็ชื่อมัน Coco อะ จนมาอ๋อทีหลังว่า Coco นี่มาจาก Coconut = =”) แต่ภาพแรกที่เห็นเลยคือสระนำที่มีห่วงยางฟลามิงโก้ลอยเท้งเต้ง

ก็คือไม่ต้องสืบ Mood & Tone ของ Fat Coco จะเป็นสไตล์ Cafe & Bar ที่ควรจะไปช่วงแดดร่มลมตก บรรยากาศถึงจะสนุกคึกคัก ดูจากการตกแต่งแล้ว พอฟ้ามืด คงได้ความสวยแบบไฟนีออนน่าดู ทำให้ตอนที่กรุ้ปเราไปถึง บรรยากาศก็เลยดูเหงาๆ คนไม่ค่อยมี แต่ก็ดีเพราะได้ความไพรเวทเพิ่มขึ้นมา เดินถ่ายรูปตามมุมต่างๆ ได้แบบไม่ต้องเร่งเร้าอะไรมากนัก

พอดื่มด่ำกับบรรยากาศ Cafe & Bar กันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาเปลี่ยนสถานที่ ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลก็คือหาดจอมเเทียน ประกอบกับเป็นช่วงเย็น การเดินริมหาดก่อนกลับที่พักจึงเป็นความคิดที่ไม่มีใครคัดค้าน

หาดจอมเทียน เดินเล่น เย็นเย็นใจ

ข้ามฝั่งถนนจาก Fat Coco ก็คือหาดจอมเทียน

เราเดินเล่นกันได้สักพัก ใช้เวลาสูดอากาศริมทะเลจนฉ่ำปอดอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ทุกคนได้รูป เก็บความประทับใจกันไปไม่มากก็น้อย ที่ถ้าว่ากันตามตรงนี่เป็นเพียงครั้งเดียวในทริปนี้ที่เราได้เอาตัวเอาเท้าไปสัมผัสกับทรายและน้ำทะเลโดยตรง ที่ถึงแม้จะทำเพียงแค่นั้น ใช้เวลากับมันแค่ไม่นาน แต่ลมทะเลและน้ำทะเลเย็นๆ ก็ช่วยชำระล้างความเครียด คลายความกังวลจากเรื่องงานที่คั่งค้างมาแรมปีให้เบาบางลงไปได้ และถึงแม้จะมีความทุลักทุเล หลงทางบ้าง มีฝนเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ทันทีที่เสียงคลื่นมากระทบหู ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือสัญญาณของการละวางจากความวุ่นวายลงชั่วคราว

หย่อนอารมณ์ ณ ที่พักข้ามคืน

เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็ถึงเวลากลับที่พักทีแรก เราตั้งใจกันว่าจะซื้ออาหารทะเล ซื้อบาร์บีคิวมาปิ้งกินกัน แต่เพื่อความสบายที่มากกว่า เราจึงเลือกสั่งอาหารตามสั่งกันแทน ที่ก็ไม่ผิดหวัง รสชาติอร่อยอีกแล้ว หลังจากนั้นก็เป็นการจับจองห้องนอน แน่นอนว่าห้องที่เชื่อมกับโถงใหญ่ เป็นทำเลทอง เพราะสามารถแว้บออกมาแจมกับกลุ่มที่ยังคงสนุกอยู่ได้ไม่อยาก แต่ผมที่ค่อนข้างขี้เซาและนอนเร็วกว่าชาวบ้าน ก็เลือกห้องที่อยู่ไกลปืนเที่ยง เพราะคิดไว้แล้วว่าน่าจะติดลม เล่นกันจนดึกดื่นแน่นอน และบอกเลยว่าคิดถูกสุดๆ ยิ่งดึก ดีกรีความคึกยิ่งมาเต็ม เสียงก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ถ้านอนตรงนั้น ไม่มีทางหลับแน่ๆ แต่ตรงที่อยู่นั้น นอนหลับยาวไป เต็มอิ่มสุดๆ

ป.ล. เห็นว่าเล่นกันจนข้ามวันถึงตีสามตีสี่ แถมมีช็อทฮาๆ เพียบ อย่างพนักงาน 3 เดินชนกระจกอย่างแรงงี้

อ่า ทำไมมีเราคนเดียวที่ไม่ได้เห็น best shot of the day

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *