How to

วิธีสร้างเพจ Facebook [ฉบับอัพเดท 2020]2 min read

การสร้างเพจบน Facebook นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ทำตามขั้นตอนด้านล่างนี้ คุณก็สามารถเปิดเพจของตัวเองได้ในเวลาไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่ก่อนที่จะสร้างเพจ คุณจะต้องมี account กับ Facebook ถ้ายังไม่มีก็ต้องไปสมัครก่อน แต่ถ้ามีแล้วก็ไปต่อได้เลย

FAQ: จำเป็นต้องสมัคร account ใหม่สำหรับเพจไหม?

ไม่ครับ จริงๆ แล้วตามกฏของเฟสคือเราสามารถมี account ได้เพียง 1 account ต่อคน ถ้าระบบตรวจเจอว่าเป็น account ซ้ำก็อาจจะโดนแบนได้ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเอเจนซี่ที่ดูแลเพจจำนวนมาก แนะนำให้สร้างใหม่เพื่อแยกออกจาก account ส่วนตัว เพราะถ้าไม่แยก notification มันจะปนกัน แต่ถ้ามีแค่เพจเดียวก็ใช้ account เดียวไปเลยง่ายกว่าครับ

อีกอย่างคือแนะนำให้ทำบนคอม จริงๆสามารถสร้างบนมือถือได้เหมือนกัน แต่ระหว่างทางจะต้องมีเขียนรายละเอียดเยอะกับมีอัพรูปด้วย บนคอมจะสะดวกกว่าครับ

ถ้าพร้อมแล้วเรามาดูวิธีสร้างเพจ Facebook กันเลย

ขั้นตอนที่ 1: สร้างเพจ

ไปที่ Facebook บนคอมพิวเตอร์ แล้วคลิกที่ปุ่มเครื่องหมาย “+” แล้วเลือก Page แล้วกรอกข้อมูลดังนี้

  • ชื่อเพจ อันนี้คิดให้ดีกว่า เพราะหากตั้งไปแล้วจะเปลี่ยนทีหลังยาก (เท่าที่เคยเปลี่ยนมา ช่วงเริ่มเปิดเพจใหม่ๆ สามารถแก้ได้เลย มักจะได้รับการ verify ทันที แต่หากจะเปลี่ยนชื่ออีก ต้องเว้นระยะห่างอย่างน้อยสามเดือน)
  • ประเภท สามารถเลือกได้ 3 ประเภท
  • คำอธิบายเกี่ยวกับเพจ

เมื่อกรอกครบแล้วให้คลิก Create Page

จากนั้นจะมีช่องขึ้นมาให้อัพโหลดรูปภาพ Profile และ Cover ถ้ามีภาพที่เตรียมไว้แล้วสามารถอัพโหลดตรงนี้ได้เลย แต่ถ้ายังไม่มีก็สามารถข้ามไปก่อนได้

หน้าสร้างเพจ

จากนั้นคลิก Save

จริงๆ ถึงตรงนี้ก็ถือว่าเราสร้างเพจเสร็จแล้ว เพียงแต่เพจมันยังไม่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 2: ตั้งรูป Profile และ Cover Photo

รูป Profile และ Cover Photo จะเป็นสิ่งแรกที่ลูกเพจเห็นเมื่อเข้ามาที่เพจ และการสร้างความประทับใจแรกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

เริ่มจากอัพโหลดรูป Profile ก่อน ง่ายที่สุดคือใช้เป็นรูป Logo ของบริษัทหรือแบรนด์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเมื่อลูกเพจเปิดเข้ามาจะต้องรู้ได้ทันทีว่านี่คือคุณ

ในไกด์หลายๆ ที่ก็มีคำแนะนำเรื่องของขนาดอยู่ที่ 170×170 แต่จริงๆ แล้วเป็นขนาดในการแสดงผลบนหน้าจอ และเป็นแค่ขนาด ”ขั้นต่ำ” ไม่ใช่ขนาดไฟล์ที่ควรอัพโหลดเข้าไปครับ จริงๆ แล้วสามารถอัพโหลดไฟล์ภาพขนาดไหนก็ได้ แล้ว Facebook เขาจะ Resize หรือปรับขนาดให้เข้ากับการใช้งานเอง 

เหตุด้วยสมัยนี้มีหน้าจอของมือถือและคอมที่ละเอียดกว่าเมื่อก่อนมาก ผมแนะนำให้อัพโหลดภาพขนาดจอมาตรฐานที่ 1080×1080 หรือสูงกว่า จะได้ภาพที่คมชัด แม้จะอยู่ในหน้าจอมือถือรุ่นใหม่ๆ นั่นเอง

อีกอย่างคืออย่าลืมว่าภาพจะแสดงเป็นวงกลม จึงไม่ควรใส่ข้อมูลสำคัญในบริเวณมุมของภาพครับ

เมื่อเลือกได้แล้วก็คลิกที่ปุ่มกล้องข้างรูปโปรไฟล์แล้วเลือก Edit Profile Picture จากนั้นก็เลือกรูปภาพที่จะอัพโหลด เขียนอธิบายสั้นๆ พร้อมปรับขนาดให้เข้าที่ เสร็จแล้วให้คลิก Save

ต่อมาเป็นการเลือก Cover Photo ภาพนี้ควรเป็นภาพที่สือสื่อถึงสินค้าหรือแบรนด์ของคุณ ขนาดภาพที่แสดงผลคือ 820×312 บน desktop และ 640×360 บนมือถือ เช่นเคย ขนาดพวกนี้เป็นขนาดที่แสดงผลขั้นต่ำ

ข้อควรระวังคือ การแสดงภาพ Cover บนคอมและมือถือมีอัตตราอัตราส่วนหรือ Aspect Ratio ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าลูกเพจของคุณจะเข้ามาจากอุปกรณ์แบบไหน ก็ให้ออกแบบตามขนาดที่แสดงผลบนอุปกรณ์นั้น เช่น 

ถ้าลูกเพจส่วนใหญ่ใช้คอม

  • ขนาดภาพที่แนะนำ 1175×422 (สำหรับ UI แบบใหม่ 2020)
  • ระวังอย่าให้ข้อมูลสำคัญติดขอบซ้ายขวา

ถ้าลูกเพจส่วนใหญ่ใช้มือถือ

  • ขนาดภาพที่แนะนำ 1920×1080 (Aspect Ratio 16:9)
  • ระวังอย่าให้ข้อมูลสำคัญติดขอบบนล่าง

เมื่อเข้าใจแล้วก็อัพโหลดกันเลย คลิกที่ Edit แล้วเลือก Upload Photo จากนั้นเราจะสามารถลากปรับตำแหน่งได้นิดหน่อย เมื่อเรียบร้อยแล้วก็คลิก Save Changes

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มรายละเอียด

จริงๆ แล้วข้อมูลหลายอย่างสามารถเพิ่มเข้าไปในเพจ เนื่องด้วยหลายๆ ครั้งลูกค้าเพจเข้ามาเพื่อจะหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณ คุณก็ควรจะเตรียมข้อมูลเบื้องต้นไว้ให้พร้อม เช่น ถ้ามีคนอยากรู้ว่าร้านของคุณปิดกี่โมง เป็นต้น

ไปที่ Edit Page Info ในหน้านี้แนะนำให้กรอกข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะกรอกได้ครับ ข้อมูลหลักๆ ก็เช่น

Username

หรือเรียกอีกอย่างว่า vanity URL ก็คือชื่อใน URL ของเรานั่นเอง เช่นของผมเป็น facebook.com/frdgco สามารถตั้งได้สูงสุด 50 ตัวอักษร แต่ยิ่งสั้นยิ่งดีจะได้จำง่ายพิมพ์ง่าย

Categories

ประเภทของเพจที่เราตั้งกันไปตอนที่สร้างเพจ สามารถมาแก้หรือเพิ่มตรงนี้ได้ครับ

Contact

ใส่ข้อมูลนการติดต่อทั้งหมดลงไป เพื่อให้ลูกเพจสามารถติดต่อได้สะดวก

Location

ถ้าคุณเป็นร้านค้าหรือออฟฟิศ ใส่ข้อมูลที่อยู่จะช่วยให้คนหาคุณเจอง่ายขึ้น ถ้ามีพื้นที่บริการก็ใส่เข้าไปด้วยครับ เช่น ถ้าคุณขายสินค้า แต่จัดส่งแค่ในกรุงเทพ ก็ใส่ Service Area เป็นกรุงเทพครับ

Hours

เลือกเวลาทำการ ถ้าเป็นร้านหรือออฟฟิสก็ใส่รุเวลาเปิดปิดไป ถ้าเป็นร้านออนไลน์ใส่เป็น Always Open

Temporary Service Changes

เมนูนี้ใช้ในกรณีที่คุณได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในบางธุรกิจอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ร้านปิดชั่วคราว หรือมีการเปลี่ยนแปลงบริการ ก็สามารถระบุได้ตรงนี้

เมื่อแก้ไขแล้วมันจะบันทีกอัตโนมัติเอง ไม่ต้องคลิกอะไรต่อแล้วครับ

ขั้นตอนที่ 4: สร้างปุ่ม Call-to-action

มีเหตุผลร้อนแปดพันเก้าที่คนจะเข้ามาที่เพจคุณ และคุณไม่สามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนได้ทั้งหมด แต่คุณสามารถนำคนเหล่านั้นไปยังจุดหมายเดียวกันได้ด้วยปุ่ม Call-to-action หรือ CTA 

CTA คือปุ่มที่มีไว้เพื่อให้คนที่เข้ามาสามารถมีส่วนร่วมกับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณได้อย่างง่ายๆ

วิธีเพิ่มปุ่มนี้สามารถทำได้ด้วยการคลิกที่ตัวปุ่ม “+ Add a Button” จากนั้นให้เลือกว่าจะให้กดปุ่มแล้วไปไหน ในแต่ละตัวเลือกก็จะมีแยกย่อยไปอีก เมื่อเลือกได้แล้วก็คลิก Save

สร้างปุ่ม Call to action
ตัวเลือกปุ่ม Call to action

ขั้นตอนที่ 5: สร้างโพสต์แรก

คุณคงไม่ชวนเพื่อนเข้ามาที่ร้านอาหารที่ยังไม่มีเมนูอาหารจริงมั้ย? เพจก็เหมือนกัน ก่อนจะเริ่มชวนใครเข้ามา โพสต์เนื้อหาที่น่าสนใจลงไปก่อน เรามาเริ่มสร้างโพสต์แรกในเพจกันเลย

เริ่มด้วยการคลิก Create Post จากนั้นก็เริ่มใส่ข้อความหรือรูปภาพลงในโพสต์ โพสต์แรกก็อาจจะเป็นการแนะนำว่าเพจของคุณเกี่ยวกับอะไร สร้างขึ้นมาเพื่ออะไร จำไว้ว่าทุกโพสต์ควรจะให้ value หรือให้ประโยชน์แก่ลูกเพจของคุณครับ

สร้างโพส
เขียนโพสลงเพจ

ขั้นตอนที่ 6: เพิ่มผู้ติดตาม

เริ่มแรก การชวนเพื่อนใน Facebook ของคุณเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลเร็วที่สุด สามารถกดชวนได้ในหน้าเพจเลย

ชวนเพื่อนมาไลค์เพจ

ยินดีด้วยครับ! เพียงเท่านี้คุณก็มีเพจ Facebook ที่สมบูรณ์พร้อมรับคนที่จะเข้ามาแล้ว ต่อไปก็ขยายเพจให้เติบโตเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้กับโลกอินเตอร์เน็ตต่อไป

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *